www.gasforcars.net
Toyota Camry Hybrid ติดตั้งแก๊ส by บางกอกยนต์การ
สิ่งใดก็ตามที่ท้าทาย ย่อมเป็นสิ่งที่ “เอ็ดดี้” สุชาติ บุญมาก กรรมการผู้จัดการ บริษัท บางกอกยนต์การ จำกัด ต้องพยายามค้นหาคำตอบที่ถูกต้องชัดเจนที่สุด ฉะนั้นเมื่อมีลูกค้าโทรมาสอบถามว่ารถไฮบริดติดแก๊สได้ไหม? ก็จะได้รับคำตอบแบบตรงไปตรงมาว่า...
“ตามหลักการคงติดได้ละมั้ง แต่ผมยังไม่ได้ลองติดนะ”
แต่พอตอบลูกค้าอย่างนั้นไปแล้วแทนที่จะสบายใจ คำถามของลูกค้ากลับกลายเป็นปริศนาค้างคาอยู่ในใจของ “เอ็ดดี้” จนในที่สุดต้องลงทุนควักทุนทรัพย์ส่วนตัวซื้อ Toyota Camry Hybrid มาค้นหาคำตอบว่าไฮบริดติดแก๊สแล้วเป็นอย่างไร วิ่งได้ดีไหม และที่สำคัญยิ่งกว่านั้นก็คือจะติดตั้งอย่างไรให้สามารถใช้งานได้สมบูรณ์แบบ
ลองมาดูกระบวนการทำงานติดตั้งแก๊สให้กับ “คัมรี่ไฮบริด” ของสำนักบางกอกยนต์การกันดีกว่า....
“ก่อนตัดสินใจซื้อคัมรี่ไฮบริด ผมศึกษาข้อมูลของระบบไฮบริดของรถยนต์หลายรุ่นหลายยี่ห้อ แล้วพบว่าเทคโนโลยีไฮบริดมีด้วยกัน 3 ระบบ 1.เป็นแบบสตาร์ทเครื่องยนต์แล้วปั่นไฟ 2.แบบใช้เครื่องยนต์เป็นหลักแล้วใช้มอเตอร์เสริมบางจังหวะ และ 3.แบบผสานการทำงานของเครื่องยนต์และไฟฟ้า ซึ่งก็คือเอาแบบที่ 1 และ 2 มารวมกัน”
หลังจากศึกษาข้อมูลจนเข้าใจหลักการทำงานอย่างถ่องแท้แล้ว “เอ็ดดี้” ได้ตัดสินใจซื้อคัมรี่ ไฮบริด มาติดแก๊ส เพราะเป็นเทคโนโลยีแบบผสมผสาน
“ก่อนลงมือติดตั้งได้นำไปทดลองขับ พบว่าคัมรีไฮบริดจะใช้มอเตอร์ในช่วงออกตัวแบบนิ่ม ๆ ไม่กระชาก จะใช้ไฟฟ้าเป็นเชื้อเพลิงตั้งแต่ 0-60 กม./ชม. รถวิ่งได้ประมาณ 500 เมตร เครื่องยนต์ก็จะติดเพราะแบตเตอรี่มีกระแสไฟเพียงแค่ 6.5 แอมป์จึงถูกใช้จนหมด เหตุที่สามารถลากรถหนัก ๆ ได้ก็เพราะมีค่าโวลต์สูงมาก”

Toyota Camry Hybrid+emer +VALTEK TYPE 34+Tomasetto หลังทอง
ส่วนผสมที่ลงตัวในการจับไฮบริดมาติดแก๊ส
ครั้นถึงเวลาลงมือติดตั้ง “เอ็ดดี้” ถือว่าเป็นการเริ่มต้นลองผิดลองถูกอีกครั้งหนึ่ง จึงพยายามเข้าไปค้นคว้าหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ต แต่ก็ไม่มีรายละเอียดมากพอที่จะนำมาประยุกต์ใช้ได้ แต่ก็สบายใจเพราะเป็นการลองติดกับรถของตัวเอง โดยเขาตัดสินใจเลือกใช้ชุดอุปกรณ์แก๊ส emer จัดชุดร่วมกับรางหัวฉีด VALTEK TYPE 34 รุ่นใหม่ล่าสุด ที่เปิดได้ตั้งแต่ 1.7 ms ส่วนหม้อต้มจบที่ Tomasetto หลังทอง ถังโดนัท 51 ลิตร
ขณะติดตั้งแก๊ส เขาต้องระมัดระวังเรื่องท่อยางเป็นพิเศษ ต้องขันให้แน่นตลอด ห้ามรั่วห้ามซึมเด็ดขาด ถ้ารั่วซึมเมื่อไหร่การสตาร์ทแก๊สจะไม่ได้ผล เพราะพอสตาร์ทขึ้นมาสมองกลจะคิดว่าแก๊สหมด ก็จะส่งเสียงร้อง ช่างต้องเลือกใช้อุปกรณ์ที่ดี ได้มาตรฐาน ท่อต้องมีคุณภาพ เข็มขัดต้องเลือกใช้อย่างดี ต้องตรวจดูตามดที่จะทำให้รั่วซึมให้ละเอียดกว่ารถปกติ และต้องไม่รบกวนระบบไฟฟ้าและแบตเตอรี่ของรถยนต์อย่างเด็ดขาด
“รถไฮบริดจะมีไฟแรงสูงทั่วรถ เฉพาะแบตเตอรี่ก็ 248 โวลต์ หลังจากที่เข้ากล่องแปลงไฟฟ้าจะออกมาเป็น 600 โวลต์ เป็นอะไรที่แตะพรวดเดียวถึงชีวิต วิธีสังเกตง่าย ๆ สายไฟแรงสูงพวกนี้เขาจะใส่ปอกส้ม ช่างต้องพยายามหนีห่าง อย่าใช้เครื่องมือเจาะหรือเข้าใกล้เด็ดขาด”
ทั้งนี้ การติดแก๊สอย่างเอาใจใส่ในรายละเอียดทุกจุดทำให้ “เอ็ดดี้” ผ่านขั้นตอนการติดตั้งได้อย่างราบรื่น เพราะรถยนต์มีพื้นที่เพียงพอสำหรับจัดวางอุปกรณ์แก๊สได้อย่างลงตัว ส่วนที่ยากที่สุดของการติดแก๊สให้รถไฮบริดเห็นจะเป็นในขั้นตอนปรับจูนที่ยากกว่ารถเบนซินธรรมดาถึง 3 เท่า เหตุผลก็คือถ้ารถอยู่กับที่ เร่งคันเร่งไม่ได้ เวลากดปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์จะไม่ติด
“ระบบเครื่องยนต์ของรถไฮบริดจะติดในกรณีที่เราแตะคันเร่ง เครื่องยนต์จะติดขึ้นมา แต่พอไฟเต็มเครื่องยนต์จะดับเองโดยอัตโนมัติ ช่างจูนต้องรวบรวมความเร็วของสายตามากกว่าปกติ ดังนั้นการจูนที่ดีให้กับรถไฮบริดจะทำได้ในขณะที่ขับรถอย่างเดียว หากจูนอยู่กับที่หรือออโต้จูนจะทำให้รถไม่สามารถใช้งานได้”
เหตุผลที่สตาร์ทรถไฮบริดแล้วจูนอยู่กับที่ไม่ได้ เพราะมอเตอร์ไม่มีภาระโหลด ไม่มีหลักการที่ว่าเดินเบาแล้วเปิด-ปิดแอร์ สิ่งเหล่านั้นไม่มีผลกับเครื่องยนต์ เนื่องจากขณะนั้นใช้ไฟฟ้าทั้งหมด การเข้าเกียร์ก็สามารถใช้มอเตอร์ ไม่มีผลต่อเครื่องยนต์ ยิ่งถ้าหากใช้ออโต้จูนก็จะจูนได้นิดหน่อยเครื่องก็ดับแล้ว
“ช่างไม่โปรนิยมใช้แต่ออโต้จูน จะไม่แนะนำให้ติดไฮบริด คุณอาจจะติดแล้วรถวิ่งได้ แต่ได้ผลไม่เป็นที่น่าพอใจ หากจะจูนรถไฮบริดติดแก๊สช่างต้องมีเวลาพอสมควร ต้องมีช่างผู้ขับ ช่างผู้จูน ที่รู้ใจกัน หากช่างจูนต้องการให้เครื่องยนต์ติด ช่างขับต้องสามารถทำให้เครื่องยนต์ติดตามใจช่างจูนให้ได้ ถ้าทำงานเป็นหนึ่งเดียวกันได้ จึงจะสามารถจูนออกมาได้เนียนเหมือนใช้น้ำมัน”
การจูนให้กับรถไฮบริดคันนี้ ถึงแม้จะเป็นการจูนแบบแม็ปปิ้งก็จริง แต่ “เอ็ดดี้” เน้นจูนละเอียดทุกย่าน เริ่มตั้งแต่ช่วงที่ปั่นไฟอย่างเดียว เรียกว่ามีตั้งแต่ความเร็วต่ำสุดของเครื่องไฮบริดที่ 900 รอบ ซึ่งรอบต่ำสุดจะมีเวลาไม่เกิน 2 นาที ช่างต้องรีบปรับจูนให้เสร็จอย่างรวดเร็ว เพราะจากนั้นเครื่องยนต์ก็จะดับ
“ถ้าช่างไม่ค่อยเข้าใจการจูน ไม่เข้าใจฮาร์ดแวร์ หรือซอฟท์แวร์จะนึกวิธีการจูน หรือวิธีแก้ไขไม่ออก ดังนั้นช่างต้องมีความเชี่ยวชาญในการจูน และต้องศึกษารถไฮบริดอย่างถ่องแท้จึงจะสามารถดักทางถูก สมมติรถจอดอยู่กับที่ หากต้องการให้เครื่องยนต์ติด สามารถทำได้ด้วยการเปิดทุกอย่างตั้งแต่ประตู แอร์ ไฟ และเครื่องเสียง จากนั้นเสียบคอมฯแล้วนั่งรอ เพราะไม่สามารถกำหนดได้ว่าอีก 3 หรือ 5 นาที เครื่องจะติด ต้องรถจนกระทั่งเครื่องยนต์ติดขึ้นมาค่อยลงมือจูน”
กว่าจะติดแก๊สให้กับ Camry Hybrid ได้สำเร็จ “เอ็ดดี้” ต้องศึกษาค้นคว้าข้อมูลการทำงานของไฮบริดค่อนข้างมากเรียกว่ามากจนถึงขั้นโทรเข้าไปถามช่างเทคนิคของโตโยต้าเลยว่าสามารถเข้าไปคีย์อะไรในระบบสั่งให้ไฮบริดยกเลิกการทำงานได้ไหม เพราะคิดว่าสักวันหนึ่งถ้าแบตเตอรี่เสียขึ้นมา ช่างต้องซ่อมและพอซ่อมเสร็จต้องสตาร์ทเครื่องยนต์ทดลองดูก่อน น่าเสียดายที่ได้คำตอบว่ารถไฮบริดเสียต้องจอดซ่อมแบตฯอย่างเดียว จะโดยวิธีลากหรือยกไปซ่อมที่ศูนย์ เพราะว่าระบบจะไม่เข้าคีย์รหัสให้สามารถยกเลิกไฮบริดได้

ขับพิสูจน์ความประหยัดบนเส้นทาง 345-สุพรรณบุรี
ความมั่นใจในประสิทธิภาพและสมรรถนะของรถไฮบริดของ “เอ็ดดี้” ครั้งนี้มีมากจนถึงขั้นพาทีมงาน gas for cars ขับ Camry Hybrid ติดแก๊ส พิสูจน์สมรรถนะและความประหยัดบนเส้นทาง 345-สุพรรณบุรี
การพิสูจน์เริ่มต้นอย่างเรียบง่ายด้วยการแวะเติมแก๊สที่ปั๊มสยามแก๊ส ใกล้วงเวียนนครอินทร์ ถนนราชพฤกษ์ แล้วเซ็ต 0 เพื่อเริ่มต้นพิสูจน์รถ 3 พลังงาน ทันทีที่ออกสตาร์ทรถไฮบริดคันนี้ก็วิ่งไปบนเส้นทางถนนราชพฤกษ์ มุ่งหน้าสู่ถนน 345 เดินทางสู่ชานเมืองกรุงเทพฯ ด้วยความเร็วเฉลี่ย 100-120 กม./ชม.
เมื่อเลยเขตจังหวัดปทุมธานีออกไปหน่อย “เอ็ดดี้” ได้ตัดสินใจเลี้ยวรถเข้าไปหาโลเคชั่นเขียว ๆ ถ่ายภาพตรงทางหลวงชนบทย่านไทรน้อย พอขับพ้นถนนสายหลักไปได้ไม่นานก็เจอทุ่งข้าวเขียวขจี เหมาะสำหรับการบันทึกภาพ หลังจากจอดบนทึกภาพเสร็จเรียบร้อย คณะทดสอบก็เดนทางกลับ โดยระหว่างทางได้แวะซื้อทุเรียนที่ตลาดสมบัติบุรีติดไม้ติดมือกลับบ้าน
ถัดจากนั้นจึงเลี้ยวรถยนต์มุ่งหน้ากลับกรุงเทพฯ ผ่านเส้นทางเดิม ณ ท่ามกลางบรรยากาศสดใส ที่ตลอดระยะทางการขับขี่เป็นไปอย่างราบรื่นแทบไม่รู้สึกว่ากำลังเดินทางด้วยรถยนต์ 3 เชื้อเพลิง ที่บางครั้งก็ใช้ไฟฟ้า บางเวลาก็ใช้น้ำมันบ้างเล็กน้อย แต่จะใช้เน้นแก๊สเป็นเชื้อเพลิงในการขับขี่เป็นส่วนใหญ่
ดังนั้นจึงไม่น่าประหลาดใจเมื่อกลับมาเติมแก๊สที่ปั๊มเดิมแล้วพบว่าจ่ายค่าแก๊สเพียงไปแค่ 90 บาท กับการทดสอบการใช้งานจริงบนถนนระยะทาง 92 กิโลเมตร เท่ากับว่ารถคันนี้มีอัตราการบริโภคแก๊สไม่ถึงกิโลละ 1 บาท
แน่นอนว่าความประหยัดที่รับจากการเปลี่ยนมาใช้แก๊สเป็นเชื้อเพลิงยังคงเป็นส่วนต่างที่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับการลงทุนติดตั้งแก๊ส ส่วนผู้ใช้รถไฮบริดท่านอื่นจะสนใจนำรถไปติดแก๊สหรือไม่ ย่อมขึ้นอยู่กับว่ายังพอใจกับความประหยัดที่น่าจะอยู่ที่ประมาณ 20% เมื่อเทียบกับการใช้น้ำมัน และต้องเป็นการขับในความเร็วไม่เกิน 60 กม./ชม. ซึ่งน่าจะเหมาะกับการขับขี่ในย่านชานเมืองกรุงเทพฯมากกว่า...ใช่หรือไม่?
ภาพ gas for cars
ดูภาพ/ข้อมูลรถติดแก๊ส
ดูภาพทั้งหมด
All site contents copyright© by Gas for cars Magazine All Rights Reserved.   
Popular Tags: gas, lpg, ngv, น้ำมัน, ติดแก๊ส, รถติดแก๊ส