www.gasforcars.net
รายละเอียดข่าว
ลอยตัว NGV เปิดเสรีนำเข้า LPG
21 ม.ค. 2559

คุณทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน หรือ กบง.มีมติให้ลอยตัวราคาก๊าซเอ็นจีวีแบบมีเงื่อนไข ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 21 ม.ค.2559 นี้ เป็นต้นไป โดยได้มอบหมายให้ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กำหนดกลไกดูแลราคาขายปลีกเอ็นจีวีไม่ให้เกินระดับ 13.50 บาท/กิโลกรัม (กก.) เป็นเวลา 6 เดือน เริ่มตั้งแต่เดือน ม.ค.-ก.ค.59 จากนั้นจะมีการทบทวนนโยบายอีกครั้งในช่วงเดือน ก.ค.2559


"การประกาศลอยตัวเอ็น จีวีในช่วงนี้ เพราะราคาเนื้อก๊าซเอ็นจีวีในตลาดโลกมีทิศ ทางปรับลดลงต่อเนื่อง ปัจจุบันราคาต้นทุนเนื้อก๊าซเอ็นจีวีอยู่ที่ 13.92 บาท/กิโลกรัม คาดว่าราคาเนื้อก๊าซในเดือน ม.ค.ที่จะใช้อ้างอิงในการคำนวณต้นทุนจะลดลงมาอยู่ที่ 13.65 บาท/กิโลกรัมขณะเดียวกันการเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันที่ยังคงอยู่ในระดับต่ำ จะทำให้ราคาขายปลีกเอ็นจีวีในเดือนถัด ๆ ไปมีโอกาสปรับลดลงจากปัจจุบันที่อยู่ในระดับ 13.50 บาท/กิโลกรัม"

อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันที่ยังคงเคลื่อนไหวอยู่ในระดับ 30-40 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล กบง.จึงใช้โอกาสนี้ปรับโครงสร้าง ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวจะช่วยให้เกิดการลงทุนเชื่อมต่อสถานีท่อก๊าซเอ็นจีวี ของ ปตท.จากเอกชนรายอื่นเพิ่มขึ้น และอยู่ในระดับที่แข่งขันได้ ขณะที่ราคาเอ็นจีวี สำหรับรถโดยสาร สาธาณะ ปตท. จะช่วยเหลือกำกับดูแลราคาไม่เกิน 10 บาท/กิโลกรัม จนกว่าจะมีกลไกถาวร  ทั้งนี้ จะสามารถเห็นสูตรราคาเนื้อก๊าซใหม่ได้ในวันที่ 16 ก.พ.นี้ และคาดว่าราคาเอ็นจีวี มี.ค.59 จะสามารถปรับลดลงได้ ตามราคาน้ำมันในตลาดโลกที่อยู่ในช่วงขาลง

ทั้งนี้ กบง.ยังได้เห็นชอบแผนส่งเสริมให้มีการแข่งขันในธุรกิจแอลพีจีมากขึ้น (โรดแมป) โดยมอบหมายให้ สนพ.ไปศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมตามแนวทาง 4 ขั้นบันไดที่เสนอมา ได้แก่ 1.) ส่งเสริมให้เอกชนอื่นนำเข้าแอลพีจี 2.) ปรับเปลี่ยนสูตรราคา 3.) ให้ กรมธุรกิจพลังงานกำหนดโควตานำเข้าและให้เอกชนประ มูลสิทธิ์การนำเข้า และ 4). การ เปิดเสรีเต็มรูปแบบทั้งการนำเข้าและราคาค้าปลีก

สถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับลดลงต่อเนื่อง และค่าการตลาดที่ยังอยู่ในระดับสูง ที่ประชุม กบง.จึงมีมติปรับขึ้นอัตราเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันเพิ่ม 60 สตางค์/ลิตร สำหรับน้ำมันเบนซิน 95 แก๊สโซฮอล์ 95 แก๊สโซฮอล์ 91 และน้ำมันดีเซล โดยจะไม่ส่งผลกระทบต่อราคาขายปลีกน้ำมันแต่ละประเภท ทำให้จากนี้ส่วนต่างราคาขายปลีกระหว่างแก๊สโซฮอล์ 95 แก๊สโซฮอล์ 91 และ E20 จะขยับขึ้นมาอยู่ที่ 3 บาท/ลิตร จากเดิมที่ 2.40 บาท/ลิตร โดยการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนอัตราใหม่ ในส่วนของน้ำมันเบนซิน 95 อยู่ที่ 6.75 บาท/ลิตร แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 0.65 บาท/ลิตร แก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 0.60 สตางค์/ลิตร ดีเซล จัดเก็บเข้ากองทุน 0.58 บาท/ลิตร ซึ่งจะทำให้มีเม็ดเงินไหลเข้ากองทุนเพิ่มขึ้น 1,152 ล้านบาท/เดือนโดยสถานะกองทุนน้ำมัน เชื้อเพลิงล่าสุดเป็นบวกอยู่ที่ 42,225 ล้านบาท แบ่งเป็นกองทุนน้ำมันที่ 34,944 หมื่นล้านบาท และกองทุนก๊าซ LPG อยู่ที่ 7,281 ล้านบาท.


โปรดอ่านกฏกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น

1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ของสงวนสิทธิื์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจ้งเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น

All site contents copyright© by Gas for cars Magazine All Rights Reserved.   
Popular Tags: gas, lpg, ngv, น้ำมัน, ติดแก๊ส, รถติดแก๊ส