เทคนิคติดตั้ง CNG/NGV
CNG มองจากมิติของเชื้อเพลิง
เช่นเดียวกันกับ LPG การนำ CNG มาใช้กับรถยนต์ก็สามารถมองได้จาก 2 พลังงานเช่นกันคือ การนำก๊าซ CNG มาใช้ ทดแทน น้ำมันเบนซิน รวมถึงการใช้ก๊าซ CNG มา ร่วม หรือ ทดแทน น้ำมันดีเซล ซึ่งในแง่นี้จะมีความแตกต่างจากการใช้ก๊าซ LPG
เครื่องยนต์เบนซินสามารถใช้ก๊าซ CNG มาเป็นพลังงาน ทดแทน ด้วยการติดตั้ง Pressure Regulator ซึ่งเป็นตัวปรับความดัน ติดตั้งอุปกรณ์ฉีดก๊าซ ติดตั้ง ECU ซึ่งเป็นอุปกรณ์ประมวลผลการจ่ายก๊าซ ติดตั้งชุด Advance Timing ซึ่งเป็นตัวปรับเวลาการจุดระเบิดให้เหมาะกับ CNG สิริรวมค่าใช้จ่ายในการติดตั้งก๊าซ CNG คือประมาณ 35,000 65,000 บาท ขึ้นอยู่กับรูปแบบของเครื่องยนต์ที่ติดตั้ง (ข้อมูลปี 2551)
สำหรับการติดตั้งก๊าซ CNG เป็นเชื้อเพลิงให้กับรถดีเซลนั้น มีวิธีการติดตั้งอยู่ 2 วิธีคือ Diesel Dual Fuel หรือ DDF ซึ่งเป็นการใช้ก๊าซ CNG ร่วม กับน้ำมันดีเซล วิธีนี้เป็นการติดตั้ง Mixer บริเวณท่อไอดี เพื่อนำก๊าซ CNG ไปผสมกับอากาศเข้าสู่ห้องเผาไหม้ ลดการจ่ายน้ำมันดีเซลลง (ไม่ใช่การใช้ก๊าซแทนการใช้น้ำมัน) และต้องติดตั้ง Pressure Regulator เพื่อปรับลดแรงดัน
วิธีนี้มีค่าใช้จ่ายในการติดตั้งอุปกรณ์ประมาณ 70,000 125,000 บาท (ข้อมูลปี 2551)
ส่วนอีกวิธีหนึ่งเรียกว่า Dedicated ซึ่งเป็นการใช้ก๊าซ CNG ทดแทน การใช้น้ำมันดีเซล ซึ่งวิธีนี้จะมีค่าใช้จ่ายในการติดตั้งประมาณ 80,000 600,000 ขึ้นอยู่กับประเภทรถยนต์ ระบบและจำนวนถังที่ใช้ในการติดตั้ง
ด้วยราคาการติดตั้ง CNG สำหรับเครื่องยนต์ดีเซลที่ค่อนข้างสูง และยากที่จะคุ้มทุน ยังมีอีกรูปแบบหนึ่งสำหรับการติดตั้งก๊าซ CNG สำหรับรถยนต์ที่ใช้น้ำมันดีเซล ซึ่งวิธีนี้เรียกว่า Re-Powered (บางตำราเรียกวิธีนี้ว่า Re-powering) ซึ่งเป็นการเปลี่ยนเครื่องยนต์ดีเซลเดิม เป็นเครื่องยนต์ที่สามารถใช้ก๊าซ CNG ได้มาทดแทน วิธีนี้ต้องดูลักษณะของรถยนต์คันนั้น ๆ ว่าสามารถปรับเปลี่ยนได้หรือไม่ และปรับเปลี่ยนได้อย่างไร ในต้นทุนเท่าใด ซึ่งมีราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 100,000-1,500,000 บาท ขึ้นอยู่กับประเภทรถยนต์ เครื่องยนต์ที่เลือกใช้ รวมถึงระบบและจำนวนถังที่ใช้ในการติดตั้ง
ปัจจุบันมีหลายบริษัทที่นำเสนอชุดดัดแปลงเครื่องยนต์ดีเซลเพื่อใช้แก๊สกันอย่างคึกคัก
CNG มองจากมิติเครื่องยนต์
ระบบก๊าซ CNG ก็แบ่งการทำงานออกเป็นระบบ ดูด และระบบ ฉีด เช่นเดียวกันกับก๊าซ LPG โดยระบบดูดของ CNG หรือที่เรียกว่า Fumigation System นั้น จะเป็นการติดตั้งอุปกรณ์ผสมก๊าซกับอากาศ (Gas Mixer) เข้าไปในห้องเผาไหม้อย่างเหมาะสม ระบบนี้ใช้กับเครื่องยนต์ประเภทคาบูเรเตอร์ โดยมีอุปกรณ์หลัก ๆ คือ ถังก๊าซ หัวเติมก๊าซ หม้อต้ม อุปกรณ์ปรับเวลาการจุดระเบิด และสวิตซ์เลือกเชื้อเพลิง
ระบบดูดของก๊าซ CNG ยังมีการควบคุมการจ่ายก๊าซให้เลือกอีก 2 ระบบคือ แบบ Open Loop และแบบ Close Loop
ระบบ Open Loop ก๊าซจะผสมกับอากาศที่ท่อไอดี โดยปริมาณก๊าซจะขึ้นอยู่กับการปรับวาล์วจ่ายก๊าซ ทำให้ไม่สามารถควบคุมการเผาไหม้ของก๊าซได้สมบูรณ์นัก
อีกระบบหนึ่งคือ Close Loop ที่จะต้องติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มเติมเข้ามาในระบบ โดยจะต้องติดตั้ง ECU, Actuator หรือ อุปกรณ์ที่จะควบคุมการจ่ายก๊าซ ตัววัดตำแหน่งปีกผีเสื้อ (Throttle Position Sensor) และ เซ็นเซอร์ออกซิเจน ซึ่งระบบนี้จะทำให้การควบคุมการจ่ายก๊าซเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
สำหรับเครื่องยนต์ชนิดหัวฉีด ก๊าซ CNG ก็มีระบบหัวฉีดซึ่งเรียกว่า Multi Point Injection System หรือ MPI ให้ได้ใช้งานกัน โดยระบบนี้จะมีอุปกรณ์ที่เพิ่มเข้ามาในห้องเครื่องคือ ECU, อุปกรณ์ปรับความดัน, Timing Advancer, สวิตซ์เลือกชนิดก๊าซ, ถังบรรจุ, ชุดจ่ายก๊าซ, ออกซิเจนเซ็นเซอร์ และตัววัดตำแหน่งปีกผีเสื้อ โดยระบบนี้เหมาะที่จะใช้งานกับเครื่องยนต์ที่จ่ายน้ำมันด้วยหัวฉีด EFI มีค่าใช้จ่ายในการติดตั้งประมาณ 50,000 60,000 บาท (ข้อมูล 2551)
มีทริคเล็ก ๆ ประการหนึ่งก็คือ เครื่องยนต์ระบบหัวฉีด EFI สามารถประหยัดการติดตั้งก๊าซ CNG โดยเลือกระบบดูดมาเป็นระบบสำหรับใช้ก๊าซ CNG ได้ แต่ค่าใช้จ่ายที่ถูกลงนั้น ย่อมต้องแลกมาด้วยสมรรถนะของรถที่จะลดลง และความเสี่ยงที่จะเกิดอาการ Back Fire ได้ง่ายขึ้นด้วย
สำหรับเครื่องยนต์ดีเซลที่ต้องการใช้ก๊าซ CNG เป็นเชื้อเพลิงร่วม ก็มีระบบการติดตั้ง 2 ระบบเช่นกัน คือ ระบบดูด (Fumigation) แบบ Mechanic Control และแบบ Close Loop
ระบบ Mechanic Control จะทำการลดความดันของก๊าซก่อนผสมกับอากาศที่ท่อไอดีก่อนเข้าห้องเผาไหม้ วิธีนี้ก๊าซจะหนาหรือบาง หรือพอดี ขึ้นอยู่กับการปรับจูนอุปกรณ์ส่งก๊าซ
ส่วนระบบ Close Loop นั้น จะมี ECU ควบคุมการจ่ายก๊าซและน้ำมันดีเซลให้เหมาะสมเพื่อให้เกิดการเผาไหม้ที่สมบูรณ์ที่สุดในทุกสภาวะการขับขี่
|